
.::บันทึกถึงเพื่อนรัก ::.
... วันหนึ่ง "ฉัน" มีคำสร้อยห้อยท้าย ต่อจากคำว่า "เด็กนักเรียน" อีก 2 พยางค์
เป็น "เด็กนักเรียน-ประจำ"ด้วยเหตุผลที่แตกต่างจากเด็กนักเรียนคนอื่น ๆ
นั่นคือ ฉันเดินโซเซเข้ามาด้วยการผลักไสไล่ส่งของ "น้ำมือ" คนในครอบครัวของฉันเอง
"มือของพ่อ" ที่บังคับพวงมาลัยรถเลี้ยวมาส่งถึงที่นี่
"มือของแม่" ที่ไม่ว่างจากการดูแลป้อนความรักตักให้ "น้องชายคนใหม่"
พ่อติติงสังคมไทยกระทบกระทั่งฉันว่า เด็กนักเรียนที่อุทิศเวลาละลายไปกับการเฝ้าดูแต่จอทีวี
โคตรขี้เกียจแบบฉัน แล้ววัดผลการเรียนด้วยระบบตัวเลขนั้น ดันทะลึ่งออกมาดีเด่นอีก
มันส่อแสดงว่ามาตรฐานการศึกษามันมีปัญหา คำสบถพรั่งพรูจากปากพ่อ
ตาฉันยังคงจ้องมองจอสี่เหลี่ยมนั้นหูฉันไม่รับรู้หรอก ดูมันไม่ใช่ปัญหาของหัวเล็ก ๆ อย่างฉันเลย
เพื่อพ้นจากปัญหาภายในบ้าน ฉันจึงต้องก้าวเข้าสู่ตึกหลังใหญ่ "หอพักนักเรียน"
มีผู้ดูแลทุกข์สุขของฉันที่ไม่ใช่พ่อ ไม่ใช่แม่ แต่เป็นคนอื่น
พ่อและแม่ฝากชีวิตของฉันไว้ใน "มือครูปราณี" ครูผู้ดูแลหอพัก
และหลายครั้งที่ครูปราณีใช้มือนั้นหวดกระหน่ำลงบนตัวฉัน
ในท่ามกลางความเบียดเสียดจอแจของเด็กนักเรียนที่ กินอยู่นอน ด้วยกันจำนวนมาก
ฉันก็ยังคงเกาะกุมกลุ่มความโดดเดี่ยว เงียบ ๆ ไม่อยู่ในสายตาของใคร
ไม่มีตัวตนไม่มีความหมายพอที่จะให้ใครสักคนเดินเข้ามาหา
... แต่แล้ว... ในภาวะความไร้ตัวตนที่นิ่งงัน "แก" ก็ลุกขึ้นเดินมาหาฉัน แกเห็นฉัน ฉันเห็นแก
ไม่มีอะไรน่ากลัวไปกว่าการไร้ค่าในสายตาคนด้วยกัน
ฉันรู้จากแกว่า ตัวแกเคยโดนเพื่อนทอดทิ้ง ไม่ใส่ใจ ผละหนีไปในยามที่แกตะโกนร้องเรียกให้เข้ามาหา
พวกนั้นกลับสะบัดก้นเดินไปไกล หากแต่เสียงหัวเราะเยาะหยันนั้นยังกึกก้อง
คงไม่ผิดแผกแตกต่างจากตัวฉันที่โดนมองผ่านเลยเหมือนแก...เหมือนกัน
แกจึงจมจ่อมอยู่ในก้นบึ้งของความเย็นเยียบเฉียบชานั้น วันแล้วคืนเล่า อย่างช้ำ...ช้ำ อย่างซ้ำ...ซ้ำ
ฉันเพียรตะโกน กระโดดคว้าตัวแก เพื่อให้แกได้กระชับใจมั่นบ้างว่า
"แกยังมีฉันคนนี้" ที่จะไม่ปล่อยให้แกดำดิ่งลงไปแน่นอน
แล้วหากวันใดที่ฉันมอง "ผู้หญิง" บ้าง หัวใจหนุ่มน้อยแอบมีสั่นไหวไปกับสาวคนไหนไปบ้าง
จนหน้าตาอาจบ่งบอกสุขสุดขีด แต่เชื่อเถอะว่ะ มันไม่ได้หมายความว่า "ฉันละเลยแก"
ความรัก "คนผู้มีเพศเดียวกัน" อย่างแก ฉันเรียกขานคำแทนความรู้สึกนั้นได้ว่า "เพื่อน"
แน่นอน "เพื่อนคือเพื่อนว่ะ"
แม้ฉันไม่สามารถไขว่คว้าแก้ไขอดีต และแม้ใคร ๆ ก็ไม่สามารถแก้ไขอดีตได้
แต่วันนี้ ฉันก็เลือกวิธีที่จะเยียวยา "รอยอดีต" ด้วยการหา "ความจริง" จากวันนี้
มาชะล้าง "ความผิดพลาด" ที่เคยเกิดขึ้นแล้วนั้น
อย่างน้อย "ผู้หญิงคนหนึ่ง" ก็ไม่ต้อง "ตายทั้งเป็น" ไปตลอดชีวิต
เพราะตราประทับความผิดที่ฝังในใจเธอ
แล้วเรื่องเลวระยำนั่นอีก ที่ทำให้ฉันต้องมาเป็นเด็กหอ
มันก็เป็นแค่เรื่องบัดซบเรื่องหนึ่งที่ผ่านมาหาเท่านั้น แล้วมันก็ทำให้ฉันผ่านไปได้
อาจจะเพื่อเจอเรื่องบัดซบเสียยิ่งกว่า
...วันนี้... พ่อกับแม่และน้องชาย จะมารับฉันกลับบ้าน
ฉันเดินออกไปและพบว่าทุกคนมองมาที่ฉันอย่างใส่ใจ บางทีเขาอาจจะมีสายตามองฉันมานานแล้ว
หากเพียงแต่ฉันยังเยาว์เกินกว่าจะพึงตระหนักได้
ฉันยืนนิ่งยอมให้ "มืออบอุ่นของแม่" โอบกอดตัวฉันไว้ และทุกสิ่งที่ฉันได้พบพานก้าวผ่านมานั้น
ทำให้ "ฉันกล้าก้าวขา" เดินไปหาพ่อ ละทิ้งตัวตนเมื่อวันวานไว้พร้อม ๆ รอยเท้าที่ย่ำทิ้งไว้เบื้องหลังนั้น
การเรียนรู้ระหว่างทางก้าวขาของฉัน จะทำให้ฉันกล้าเดินต่อไป
และนี่ "ก้าวแรกของฉัน" หลังก้าวออกจากหอพัก แกคงจะรู้ว่าฉันกำลังจะเดินไปทางไหน
" ฉันรักแกว่ะ...วิเชียร "
2006/Mar/17
2006/Mar/16
สวัสดีครับท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน...
ผมยังไม่มีอะไรจะเขียนหรอกครับ................................................
แต่อยากจะถามทุกท่านว่าถ้าท่านรู้วันตายของตัวท่านเอง
+ ท่านจะรู้สึกอย่างไร +
แสดงความคิดเห็นให้ผมอ่านบ้างนะครับ
เพราะผมเอง อาจจะเป็นคนหนึ่งที่รู้ถึงวันนั้นของตัวเอง
ขอบคุณครับ